การเข้ารับบริการฉีด Radiesse เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอนลาเจนและปรับปรุงโครงสร้างผิวจากภายในให้มีความยืดหยุ่นและยกกระชับ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความถูกต้องในการดูแลตัวเองของผู้รับบริการในช่วงเวลาที่สำคัญหลังจากทำหัตถการ หากมีการปฏิบัติตัวที่ผิดวิธีอาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของสารและความราบรื่นในการสมานตัวของเนื้อเยื่อได้
ในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีด Radiesse สาร Calcium Hydroxylapatite (CaHA) กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเซตตัวและกระจายตัวเข้ากับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือการหลีกเลี่ยงการนวดหน้า การกดทับ หรือการสัมผัสใบหน้าอย่างรุนแรง รวมถึงการนอนตะแคงที่อาจทำให้เกิดแรงกดลงบนตำแหน่งที่ฉีดโดยตรง หากมีการรบกวนตำแหน่งของสารในช่วงเวลานี้ อาจส่งผลให้รูปทรงที่แพทย์ออกแบบไว้เกิดการคลาดเคลื่อนหรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้รับบริการมักละเลยจนอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
ความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่ออาการข้างเคียงหลังการทำหัตถการ แพทย์มักแนะนำให้ผู้ที่เพิ่งฉีด Radiesse หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น การเข้าซาวน่า การแช่น้ำอุ่นจัด การทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้า หรือการออกกำลังกายอย่างหนักในช่วง 3 ถึง 7 วันแรก เนื่องจากความร้อนและการไหลเวียนโลหิตที่รวดเร็วเกินไปอาจทำให้อาการบวมแดงในบริเวณที่ฉีดรุนแรงขึ้น และอาจรบกวนกระบวนการทำงานของอนุภาคกระตุ้นคอนลาเจนที่กำลังเริ่มทำงานในชั้นผิว
แม้ว่า Radiesse จะเป็นการฉีดเข้าสู่ผิวชั้นลึก แต่รอยเข็มในวันแรกยังคงต้องการความสะอาดและการดูแลที่ถูกต้อง ผู้รับบริการควรเว้นการแต่งหน้าหนักๆ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดเข้มข้น ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว หรือการใช้เครื่องมือทำความสะอาดใบหน้าแบบสั่นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการนำพาแบคทีเรียเข้าสู่รอยเข็ม การรักษาความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนและการประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปัจจัยภายในอย่างการบริโภคก็มีส่วนสำคัญต่อการลดความเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์ การงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังการฉีดเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดซึ่งอาจทำให้รอยเข็มเกิดอาการเขียวช้ำได้ง่ายขึ้นและหายช้าลง นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลและสนับสนุนกระบวนการสร้างเส้นใยคอนลาเจนใหม่ที่ Radiesse เข้าไปกระตุ้น
แม้ว่า Radiesse จะมีความปลอดภัยสูงและได้รับการรับรองในระดับสากล แต่ผู้รับบริการควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีอาการปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีการบวมที่ขยายวงกว้าง มีความร้อนผิดปกติบริเวณผิว หรือผิวเริ่มมีสีคล้ำหรือซีดขาวอย่างไม่เป็นธรรมชาติในบริเวณที่ฉีด ควรติดต่อพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีเพื่อรับการประเมินอาการอย่างถูกต้อง การใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้จะช่วยให้การฉีด Radiesse เป็นการเปลี่ยนผิวที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดในระยะยาว